แบ่งเงินเป็น 5 กอง เงินเดือนน้อยก็ทำได้ มีบ้าน-รถ ใน 5 ปี
สำหรับใครที่เก็บเงินไม่เป็น แถมเงินเดือนที่มีก็ยังน้อยนิด บริหารไม่ค่อยได้ในแต่ละเดือน วันนี้เรามีทริคเล็กๆน้อยๆมา
ฝาก เป็นทริคของการเก็บเงินที่จะทำให้ทุกคนสามารถจัดการกับเงินของตัวเองได้อย่างอยู่หมัด ไม่ว่าเงินเดือนจะมาก
หรือจะน้อยก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ความอดทน และต้องเด็ดขาดมากพอ ต้องมีวินัยในการออมด้วย หาก
ทำได้เราก็จะมีเงินเก็บมาก สามารถนำไปซื้อของที่ต้องการได้เลย ไปดูกันว่าจะเป็นวิธีไหน
“ ลี กา ซิง ” ช า ว จี น อ พ ย พ ที่มาอาศัยอยู่ใน เ ก า ะ ฮ่ อ ง ก ง ก่อร่างสร้างตัว เริ่มต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดิน
ใหม่ โดยเริ่มต้นจากการขายดอกไม้ในวัยเพียง 25 ปี และ ต่อมาได้เริ่มขยับขยายจนกลายเป็นเจ้าของหลายกิจการ
เช่น เจ้าของท่าเรือ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต่างๆใจกลางเมือง เจ้าของโรงแรมชื่อดัง ทำบริษัทประกั นชีวิ ต และโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบันมหาเศรษฐีท่านนี้ได้กลายเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเอเชีย และ อยู่ที่อันดับ 18 ของโลก ด้วยสินทรัพย์สุทธิใน
วัย 88 ปีที่ 31,300 ล้านดอลลาร์ ( ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ) สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นจาก ความพยายาม ความอดทน และ ระเบียบวินัยในการใช้จ่าย
“ ลี กา ชิง ” ได้แบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ ที่เขาใช้ในการสร้างฐานะจากศูนย์ จนขึ้นเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศ โดยเขาบอกว่าใช้เคล็ดลับ แบ่งเงินเป็น 5 กอง ดังนี้ ( หากสมมติว่าเรามีรายได้อยู่ที่ 20,000 บาท )
กองที่ 1 = ค่าใช้จ่าย 6,000 บาท (30%)
เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ในการกินให้เน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และ ประหยัด
ตัดอาหารที่แพง ฟุ่มเฟือย และ ไม่จำเป็นทิ้งไป เช่น บุฟเฟ่ต์แพงๆ กาแฟแบรนด์ที่ราคาสูง ขนมขบเคี้ยว ถ้าคุณตัดสิ่ง
เหล่านี้ออกไปได้รับรอง 6,000 บาท ใช้อยู่ ใช้กินได้อย่างเพียงพอแน่นอน
กองที่ 2 = สร้างสายสัมพันธ์ 4,000 บาท (20%)
เงินสร้างความสัมพันธ์ หรือ สร้าง connection กับคนอื่นๆ เช่น ลงทุนเลี้ยงอาหารให้กับคนที่มีความรู้ความสามารถที่
เขามีความเก่งกว่าคุณ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ เรียนรู้ทัศนะคติ และ มุมมองด้านต่างๆจากเขา มื้อนึงอาจใช้เงิน
อยู่ที่ประมาณ 1000 ถึง 1,500 บาท คุณจะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเลี้ยงได้ประมาณ 3-4 มื้อ เฉลี่ยแล้วตกอาทิตย์
ละครั้ง
ดังนั้นคุณจะต้องคิดให้รอบคอบว่าคุณจะต้องนำเงินนี้ไปกินเลี้ยงกับใคร เมื่อครบปีหนึ่งคุณจะรู้จักผู้คนมากมายขึ้นอย่าง
แน่นอน อาจได้รับความช่วยเหลือดีๆจากบุคคลเหล่านั้น และ โอกาสทางธุรกิจมากมายในอนาคตอีกด้วย
กองที่ 3 = การศึกษา 3,000 บาท (15%)
หากคุณไม่ได้เกิดมาร่ำรวย หรือ มีมรดกมากมาย การศึกษานี่แหละเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยให้คุณพัฒนาฐานะได้อย่าง
ก้าวกระโดด การซื้อหนังสือลงทุนมาอ่านและศึกษาเอง การเข้าคอร์สอบรมหลักสูตรดีๆในการลงทุน หรือ ศึกษาผ่าน
ช่องทางออนไลน์ ก็แล้วแต่ความสะดวก
กองที่ 4 = ซื้อความสุข 2,000 บาท (10%)
การซื้อความสุขให้ตนเอง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วตัวคนเดียวอย่างน้อยปีละครั้ง จะทำให้มี
ประสบการณ์มากขึ้น เมื่อคุณต้องอยู่ต่างแดน ที่ใช้คนละภาษา ใช้เงินคนละสกุล และ ไม่รู้จักใครเลย เป็นการฝึก
ทักษะการเอาตัวรอด ที่คุณจะต้องงัดทุกความสามารถที่มีออกมาใช้ในการเที่ยวทริปนี้
เมื่อคุณทำสำเร็จ และ ผ่านมันไปได้ คุณจะค้นพบว่า ในตัวเรานั้นมีพลังเต็มเปี่ยมเพื่อที่จะไปสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปใน
ชีวิตได้อีกมากมาย คุณจะไม่จมอยู่กับสิ่งเดิมๆ และ อาจได้เห็นโอกาสทางธุรกิจดีๆที่ต่างประเทศอีกด้วย
กองที่ 5 = เพื่อการลงทุน 5,000 บาท (25%)
เงินกองที่ห้าจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม มันก็จะ
ทำให้คุณมีประสบการณ์และความเชื่อมั่นในตนเองในการที่จะเป็นเถ้าแก่ ของธุรกิจของตัวเอง
อาจเริ่มต้นด้วยธุรกิจเล็กๆ แล้วค่อยๆขยับขยาย หรือ เริ่มต้นลงทุนในหุ้นดีๆสักตัว เชื่อเถอะว่า เมื่อผ่านไป 5 ปี สิ่งที่
คุณลงทุนไป มันย่อมงอกเงยออกดอกออกผลอย่างแน่นอน
หากอยากลองทำตาม ไม่จำเป็นต้องแบ่งสัดส่วนตามที่กล่าวมาก็ได้ ให้แบ่งตามความจำเป็นที่ทำได้ในแต่ละคน แต่
ควรแบ่งออกเป็น 5 กองเสมอ
ลี กา ชิง ยังแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า… คนหนุ่มสาวสมัยนี้มัก ทานอาหารนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ราคา
แพง แล้วโพสรูปลงโซเชียล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขามีความสุขเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น แต่กลับต้องเสียเงิน
ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่ควรเก็บออมไว้เพื่อสร้างธุรกิจหรือการลงทุนในอนาคต
หากอยากพลิกฐานะตัวเองจริงๆ เราต้องรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร และ รู้จักหักห้ามใจไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
ระเบียบวินัยก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ หากลงมือทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องอย่างน้อยๆ 5 ปี จึงจะเห็นผล
ที่มา : Bitcoretech
สำหรับใครที่เก็บเงินไม่เป็น แถมเงินเดือนที่มีก็ยังน้อยนิด บริหารไม่ค่อยได้ในแต่ละเดือน วันนี้เรามีทริคเล็กๆน้อยๆมา
ฝาก เป็นทริคของการเก็บเงินที่จะทำให้ทุกคนสามารถจัดการกับเงินของตัวเองได้อย่างอยู่หมัด ไม่ว่าเงินเดือนจะมาก
หรือจะน้อยก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ความอดทน และต้องเด็ดขาดมากพอ ต้องมีวินัยในการออมด้วย หาก
ทำได้เราก็จะมีเงินเก็บมาก สามารถนำไปซื้อของที่ต้องการได้เลย ไปดูกันว่าจะเป็นวิธีไหน
“ ลี กา ซิง ” ช า ว จี น อ พ ย พ ที่มาอาศัยอยู่ใน เ ก า ะ ฮ่ อ ง ก ง ก่อร่างสร้างตัว เริ่มต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดิน
ใหม่ โดยเริ่มต้นจากการขายดอกไม้ในวัยเพียง 25 ปี และ ต่อมาได้เริ่มขยับขยายจนกลายเป็นเจ้าของหลายกิจการ
เช่น เจ้าของท่าเรือ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต่างๆใจกลางเมือง เจ้าของโรงแรมชื่อดัง ทำบริษัทประกั นชีวิ ต และโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบันมหาเศรษฐีท่านนี้ได้กลายเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเอเชีย และ อยู่ที่อันดับ 18 ของโลก ด้วยสินทรัพย์สุทธิใน
วัย 88 ปีที่ 31,300 ล้านดอลลาร์ ( ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ) สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นจาก ความพยายาม ความอดทน และ ระเบียบวินัยในการใช้จ่าย
“ ลี กา ชิง ” ได้แบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ ที่เขาใช้ในการสร้างฐานะจากศูนย์ จนขึ้นเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศ โดยเขาบอกว่าใช้เคล็ดลับ แบ่งเงินเป็น 5 กอง ดังนี้ ( หากสมมติว่าเรามีรายได้อยู่ที่ 20,000 บาท )
กองที่ 1 = ค่าใช้จ่าย 6,000 บาท (30%)
เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ในการกินให้เน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และ ประหยัด
ตัดอาหารที่แพง ฟุ่มเฟือย และ ไม่จำเป็นทิ้งไป เช่น บุฟเฟ่ต์แพงๆ กาแฟแบรนด์ที่ราคาสูง ขนมขบเคี้ยว ถ้าคุณตัดสิ่ง
เหล่านี้ออกไปได้รับรอง 6,000 บาท ใช้อยู่ ใช้กินได้อย่างเพียงพอแน่นอน
กองที่ 2 = สร้างสายสัมพันธ์ 4,000 บาท (20%)
เงินสร้างความสัมพันธ์ หรือ สร้าง connection กับคนอื่นๆ เช่น ลงทุนเลี้ยงอาหารให้กับคนที่มีความรู้ความสามารถที่
เขามีความเก่งกว่าคุณ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ เรียนรู้ทัศนะคติ และ มุมมองด้านต่างๆจากเขา มื้อนึงอาจใช้เงิน
อยู่ที่ประมาณ 1000 ถึง 1,500 บาท คุณจะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเลี้ยงได้ประมาณ 3-4 มื้อ เฉลี่ยแล้วตกอาทิตย์
ละครั้ง
ดังนั้นคุณจะต้องคิดให้รอบคอบว่าคุณจะต้องนำเงินนี้ไปกินเลี้ยงกับใคร เมื่อครบปีหนึ่งคุณจะรู้จักผู้คนมากมายขึ้นอย่าง
แน่นอน อาจได้รับความช่วยเหลือดีๆจากบุคคลเหล่านั้น และ โอกาสทางธุรกิจมากมายในอนาคตอีกด้วย
กองที่ 3 = การศึกษา 3,000 บาท (15%)
หากคุณไม่ได้เกิดมาร่ำรวย หรือ มีมรดกมากมาย การศึกษานี่แหละเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยให้คุณพัฒนาฐานะได้อย่าง
ก้าวกระโดด การซื้อหนังสือลงทุนมาอ่านและศึกษาเอง การเข้าคอร์สอบรมหลักสูตรดีๆในการลงทุน หรือ ศึกษาผ่าน
ช่องทางออนไลน์ ก็แล้วแต่ความสะดวก
กองที่ 4 = ซื้อความสุข 2,000 บาท (10%)
การซื้อความสุขให้ตนเอง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วตัวคนเดียวอย่างน้อยปีละครั้ง จะทำให้มี
ประสบการณ์มากขึ้น เมื่อคุณต้องอยู่ต่างแดน ที่ใช้คนละภาษา ใช้เงินคนละสกุล และ ไม่รู้จักใครเลย เป็นการฝึก
ทักษะการเอาตัวรอด ที่คุณจะต้องงัดทุกความสามารถที่มีออกมาใช้ในการเที่ยวทริปนี้
เมื่อคุณทำสำเร็จ และ ผ่านมันไปได้ คุณจะค้นพบว่า ในตัวเรานั้นมีพลังเต็มเปี่ยมเพื่อที่จะไปสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปใน
ชีวิตได้อีกมากมาย คุณจะไม่จมอยู่กับสิ่งเดิมๆ และ อาจได้เห็นโอกาสทางธุรกิจดีๆที่ต่างประเทศอีกด้วย
กองที่ 5 = เพื่อการลงทุน 5,000 บาท (25%)
เงินกองที่ห้าจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม มันก็จะ
ทำให้คุณมีประสบการณ์และความเชื่อมั่นในตนเองในการที่จะเป็นเถ้าแก่ ของธุรกิจของตัวเอง
อาจเริ่มต้นด้วยธุรกิจเล็กๆ แล้วค่อยๆขยับขยาย หรือ เริ่มต้นลงทุนในหุ้นดีๆสักตัว เชื่อเถอะว่า เมื่อผ่านไป 5 ปี สิ่งที่
คุณลงทุนไป มันย่อมงอกเงยออกดอกออกผลอย่างแน่นอน
หากอยากลองทำตาม ไม่จำเป็นต้องแบ่งสัดส่วนตามที่กล่าวมาก็ได้ ให้แบ่งตามความจำเป็นที่ทำได้ในแต่ละคน แต่
ควรแบ่งออกเป็น 5 กองเสมอ
ลี กา ชิง ยังแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า… คนหนุ่มสาวสมัยนี้มัก ทานอาหารนอกบ้าน ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ราคา
แพง แล้วโพสรูปลงโซเชียล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขามีความสุขเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น แต่กลับต้องเสียเงิน
ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่ควรเก็บออมไว้เพื่อสร้างธุรกิจหรือการลงทุนในอนาคต
หากอยากพลิกฐานะตัวเองจริงๆ เราต้องรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร และ รู้จักหักห้ามใจไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
ระเบียบวินัยก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ หากลงมือทำแล้วก็ต้องทำให้ต่อเนื่องอย่างน้อยๆ 5 ปี จึงจะเห็นผล
ที่มา : Bitcoretech
แบ่งเงินเป็น 5 กอง เงินเดือนน้อยก็ทำได้ มีบ้าน-รถ ใน 5 ปี
Reviewed by Dusita Srikhamwong
on
มิถุนายน 18, 2564
Rating:

ไม่มีความคิดเห็น: