อย่ ามัวแต่ท้อ เพียง..แค่เราเป็นหนี้ อย่ า ข าดความมั่นใจในตัวเอง เพราะนึกว่า.. “ตัวเองต่ำต้อย ด้อยค่ากว่าคนอื่น”
ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ดูเหมือนไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ค้าขา ยก็ไม่คล่องไม้ คล่องมือเหมือนก่อน
ส่วนคนทำงาน ก็มีเงินเดือนแค่พอใช้ ก็ดีแค่ไหนแล้วนี่
ถ้าสามารถบริหารเงินเดือน ให้มีกิน มีใช้ไปได้ตลอดทั้งเดือนก็เก่งแล้ว
ดังนั้นการมีหนี้สิน ตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่จะแย่มาก หากมีหนี้สินล้นพ้นตัวนะจ๊ะ
ฉะนั้นการไม่มีหนี้ จึงถือเป็นลาภอันประเสริฐ
แต่หากหนีการเป็นหนี้ไม่พ้นก็ขอให้มีหนี้ ที่สามารถชำระให้หมดได้ก็ละกัน
ชีวิตจะได้ไม่ “เครี ยดจัด” ยังไงล่ะ… แล้วถ้าหากเศรษฐกิจฟุบแฟบแบบนี้
ทำให้ใครต่อใคร รู้สึกเสียเซลฟ์ หรือข าดความมั่นใจในตัวเอง เพราะนึกว่า.. “ตัวเองต่ำต้อย ด้อยค่ากว่าคนอื่น”
จนพานทำให้ เกิดความผิดหวัง และท้อแท้ขึ้นมาละก็
อย่าคิดในแง่-ลบ กับตัวเองอย่างนั้นสิ สู้หันมาคิดดี
และทำดีกับตัวเอง เพื่อลบล้ างความผิดหวัง
และเสริมสร้างความมั่นใจด้วยการ…
1.อย่ ามัวเอาตัวเองไปเปรียบ-เทียบกับคนอื่น
โดยเฉพาะอย่ าไปเปรียบเทียบ กับคนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าเรา เพราะอย่าลืมสิว่า…
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้าอย ากจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกะคนอื่นจริงล่ะก็ ให้เอาตัวคุณ
ไปเปรียบเทียบกับคนที่ด้อยกว่าละกัน แล้วคุณจะภูมิใจ ในตัวเองขึ้นมาอย่างมากทีเดียว เช่น
ถ้าตอนนี้ คุณยังมีงานทำอยู่ แต่แย่หน่อย
ตรงที่มีรายได้จำกั ด จำเขี่ย ทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้
เหตุนี้แทนที่จะโทษตัวเอง ว่าทำไมถึงจนอย่างนี้วะ
ในทางกลับกัน อย ากให้คุณหันมารักตัวเองมากๆ
แล้วเอาตัวเอง ไปเปรียบกับคน ที่ถูกปลดออกจากงานดีกว่า คิดดูนะ ว่า…
แรงงานที่ถูกปลดจากงาน จะทุกข์ใจกว่าคุณแค่ไหน
เอ้า…ก็ขณะที่คุณยังมีงานทำ แต่พวกเขาต้องดิ้นรนหางานใหม่
แล้วหยั่งงี้ ยังจะมัวท้อใจอีกรึ..
2. ถ้าคุณมีหนี้สินจนท้อใจละก็เอางี้มั้ย…
2.1 เอ่ยปากขอให้ทางบ้านช่วยไปก่อน เช่น
ขอให้พ่อแม่ พี่น้องช่วยเจียดเงิ น คนละนิดคนละหน่อยมาช่วยให้คุณพ้นจากหนี้สินที่มีอยู่บางส่วน
คือไม่จำเป็น ต้องขอให้พวกเค้าช่วยทั้งหมดก็ได้
เชื่อว่า…ถ้าไม่ขอเงิ นจำนวนมากเกินไป สมาชิกทางบ้านพอจะช่วยกันได้หรอกน่า.. อีกอย่างถ้าคุณตั้งใจ
แค่ขอยืม แล้วจะใช้คืนทีหลัง ก็ยิ่งดีอย่างงี้ ปัญหาน่าจะลดน้อยถอยลงนะ
เพียงคุณกล้าเอ่ยปาก ขอร้องให้พวกเค้าช่วยเท่านั้นแหละ
เพราะบางที ที่ผ่านมาคุณอาจยังไม่เคยขอให้เค้าช่วยก็ได้ลองดูก่อนละกัน
2.2 อย่ าอายที่จะมีอาชีพเพิ่ม
เพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าหลายๆทาง เพราะถ้าแค่ทำงาน กินเงิ นเดือนอย่างเดียว ทำให้มีรายได้ไม่พอใช้ละก็…
คุณต้องใจกล้ามากขึ้น ที่จะเป็นพ่อค้า แม่ค้าซะแล้วล่ะ
ลองนำสินค้าไปวางข ายตามตลาดนัด ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน หรือเป็นสถานที่ ที่มีทำเลดี และมีผู้คนเดินพลุกพล่านดูดิ
ถ้าคุณขยันใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เป็นประโยชน์ได้หยั่งงี้ละก็… โอกาสที่จะพ้นทุกข์จากการเป็นหนี้ก็อยู่แค่เอื้อม…
ขอให้ทุกท่านโชคดี
ขอขอบคุณ hilight.kapook
ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ดูเหมือนไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ค้าขา ยก็ไม่คล่องไม้ คล่องมือเหมือนก่อน
ส่วนคนทำงาน ก็มีเงินเดือนแค่พอใช้ ก็ดีแค่ไหนแล้วนี่
ถ้าสามารถบริหารเงินเดือน ให้มีกิน มีใช้ไปได้ตลอดทั้งเดือนก็เก่งแล้ว
ดังนั้นการมีหนี้สิน ตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่จะแย่มาก หากมีหนี้สินล้นพ้นตัวนะจ๊ะ
ฉะนั้นการไม่มีหนี้ จึงถือเป็นลาภอันประเสริฐ
แต่หากหนีการเป็นหนี้ไม่พ้นก็ขอให้มีหนี้ ที่สามารถชำระให้หมดได้ก็ละกัน
ชีวิตจะได้ไม่ “เครี ยดจัด” ยังไงล่ะ… แล้วถ้าหากเศรษฐกิจฟุบแฟบแบบนี้
ทำให้ใครต่อใคร รู้สึกเสียเซลฟ์ หรือข าดความมั่นใจในตัวเอง เพราะนึกว่า.. “ตัวเองต่ำต้อย ด้อยค่ากว่าคนอื่น”
จนพานทำให้ เกิดความผิดหวัง และท้อแท้ขึ้นมาละก็
อย่าคิดในแง่-ลบ กับตัวเองอย่างนั้นสิ สู้หันมาคิดดี
และทำดีกับตัวเอง เพื่อลบล้ างความผิดหวัง
และเสริมสร้างความมั่นใจด้วยการ…
1.อย่ ามัวเอาตัวเองไปเปรียบ-เทียบกับคนอื่น
โดยเฉพาะอย่ าไปเปรียบเทียบ กับคนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าเรา เพราะอย่าลืมสิว่า…
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้าอย ากจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกะคนอื่นจริงล่ะก็ ให้เอาตัวคุณ
ไปเปรียบเทียบกับคนที่ด้อยกว่าละกัน แล้วคุณจะภูมิใจ ในตัวเองขึ้นมาอย่างมากทีเดียว เช่น
ถ้าตอนนี้ คุณยังมีงานทำอยู่ แต่แย่หน่อย
ตรงที่มีรายได้จำกั ด จำเขี่ย ทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้
เหตุนี้แทนที่จะโทษตัวเอง ว่าทำไมถึงจนอย่างนี้วะ
ในทางกลับกัน อย ากให้คุณหันมารักตัวเองมากๆ
แล้วเอาตัวเอง ไปเปรียบกับคน ที่ถูกปลดออกจากงานดีกว่า คิดดูนะ ว่า…
แรงงานที่ถูกปลดจากงาน จะทุกข์ใจกว่าคุณแค่ไหน
เอ้า…ก็ขณะที่คุณยังมีงานทำ แต่พวกเขาต้องดิ้นรนหางานใหม่
แล้วหยั่งงี้ ยังจะมัวท้อใจอีกรึ..
2. ถ้าคุณมีหนี้สินจนท้อใจละก็เอางี้มั้ย…
2.1 เอ่ยปากขอให้ทางบ้านช่วยไปก่อน เช่น
ขอให้พ่อแม่ พี่น้องช่วยเจียดเงิ น คนละนิดคนละหน่อยมาช่วยให้คุณพ้นจากหนี้สินที่มีอยู่บางส่วน
คือไม่จำเป็น ต้องขอให้พวกเค้าช่วยทั้งหมดก็ได้
เชื่อว่า…ถ้าไม่ขอเงิ นจำนวนมากเกินไป สมาชิกทางบ้านพอจะช่วยกันได้หรอกน่า.. อีกอย่างถ้าคุณตั้งใจ
แค่ขอยืม แล้วจะใช้คืนทีหลัง ก็ยิ่งดีอย่างงี้ ปัญหาน่าจะลดน้อยถอยลงนะ
เพียงคุณกล้าเอ่ยปาก ขอร้องให้พวกเค้าช่วยเท่านั้นแหละ
เพราะบางที ที่ผ่านมาคุณอาจยังไม่เคยขอให้เค้าช่วยก็ได้ลองดูก่อนละกัน
2.2 อย่ าอายที่จะมีอาชีพเพิ่ม
เพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าหลายๆทาง เพราะถ้าแค่ทำงาน กินเงิ นเดือนอย่างเดียว ทำให้มีรายได้ไม่พอใช้ละก็…
คุณต้องใจกล้ามากขึ้น ที่จะเป็นพ่อค้า แม่ค้าซะแล้วล่ะ
ลองนำสินค้าไปวางข ายตามตลาดนัด ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน หรือเป็นสถานที่ ที่มีทำเลดี และมีผู้คนเดินพลุกพล่านดูดิ
ถ้าคุณขยันใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เป็นประโยชน์ได้หยั่งงี้ละก็… โอกาสที่จะพ้นทุกข์จากการเป็นหนี้ก็อยู่แค่เอื้อม…
ขอให้ทุกท่านโชคดี
ขอขอบคุณ hilight.kapook
อย่ ามัวแต่ท้อ เพียง..แค่เราเป็นหนี้
Reviewed by Dusita Srikhamwong
on
พฤศจิกายน 13, 2564
Rating:
ไม่มีความคิดเห็น: