เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตา หลังสวดมนต์เสร็จ ก็จะต้องสวดแผ่เมตตาต่อ




เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตา หลังสวดมนต์เสร็จ ก็จะต้องสวดแผ่เมตตาต่อ

แต่น้อยคนนัก ที่จะทราบประโยชน์ โดยเฉพาะการ แผ่เมตตาให้ตนเอง ซึ่งมีอานิสงส์ดังต่อไปนี้

1. นอนเป็นสุข คือ ไม่กรน ไม่กลิ้ง หลับสนิทเหมือนคนเข้าสมาบัติ มีลักษณะท่าทางเรียบร้อย น่าเลื่อมใส งดงาม

2. ตื่นเป็นสุข คือ ตื่นขึ้นแล้วไม่ถอนหายใจ ไม่หน้านิ่วคิ้วขมวด มีหน้าตาชื่นบานเหมือน ด อ ก ป ทุมที่กำลังแย้มบาน

3. ไม่ฝัน ร้ า ย คือ ไม่ฝันเห็นสิ่งที่ น่าเกลียดน่ากลัว เช่น สุนัขไล่กัด หรือตกเหว

ฝันเห็นแต่นิมิตที่ดีงาม เช่น ทำการบูชา ไหว้พระเจดีย์ และฟังธรรมเทศนา

4. ผิวหน้าผ่องใส คือ หน้าตามีผิวพรรณสดใส เหมือนลูกตาลสุก ที่หล่นจากขั้วใหม่ ๆ

5. จิตเป็นสมาธิเร็ว คือ เมื่อเจริญกรรมฐาน จิตสำเร็จเป็นอุปจารสมาธิ หรืออัปปนาสมาธิเร็ว

6. ไม่หลงต า ย คือ ต า ย อย่างสงบ เหมือนคนนอนหลับไปเฉย ๆ นั่นแหละ

บทแผ่เมตตา ให้กับตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์

อะเวโร โหมิ ปราศจากเ ว ร

อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรค อั น ต ร า ยทั้งปวง

อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกาย สุขใจ

รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยด้วยเถิด

ท่าน ว. วชิรเมธี กล่าวถึงการแผ่เมตตาให้ตัวเองว่า การแผ่เมตตาให้ตนเองนี้

ท่านให้ปฏิบัติโดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการเตรียมใจให้เกิดเมตตาอันแท้

โดยใช้วิธีให้ถือเอาตัวเองเป็นที่ตั้งว่า ตัวเองมีความปรารถนาสุข เกลียดทุกข์

กลัวต า ย ฉันใด คนอื่น สัตว์อื่น เขาก็รักสุข เกลียดทุกข์ กลัวตา ย ฉันนั้นเหมือนกัน

วิธีการเช่นนี้เรียกว่า เป็นการฝึก เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เมื่อเราเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว จะเกิดความเห็นอกเห็นใจ คนอื่น

สัตว์อื่น ๆ ด้วยความรู้สึกที่เข้าถึงได้

เมื่อแผ่เมตตาออกไป จิตก็จะมีความพร้อมในการแผ่เมตตาเต็มเปี่ยม

ไม่ใช่การแผ่เมตตาโดยแผ่เพียงแต่ปากอีกต่อไป


ที่มา : feelingdd


เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตา หลังสวดมนต์เสร็จ ก็จะต้องสวดแผ่เมตตาต่อ เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตา หลังสวดมนต์เสร็จ ก็จะต้องสวดแผ่เมตตาต่อ Reviewed by Dusita Srikhamwong on มกราคม 29, 2563 Rating: 5

Post Comments

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.