“เหรียญบาทพญาครุฑ” พกติดตัวไว้ เป็นเมตตามหานิยม
“ครุฑ” ตัวแทนแห่งความเจริญรุ่งเรือง มหาอำนาจ “พญาครุฑ” เทพแห่งท้องฟ้า ผู้เปี่ยมด้วยฤทธานุภาพ ล้างอาถรรพ์ สิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ขาครุฑบนเหรียญมีลักษณะเหยียดตรงพร้อมโฉบเหยื่อ เปี่ยมด้วยพลังและชีวิตชีวา เป็นตัวแทน ธาตุลม อยู่ในเหรียญกลมไม่มีหยักเหลี่ยมหรือลายเหลี่ยม
“ครุฑ” ตัวแทนแห่งความเจริญรุ่งเรือง มหาอำนาจ “พญาครุฑ” เทพแห่งท้องฟ้า ผู้เปี่ยมด้วยฤทธานุภาพ ล้างอาถรรพ์ สิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ขาครุฑบนเหรียญมีลักษณะเหยียดตรงพร้อมโฉบเหยื่อ เปี่ยมด้วยพลังและชีวิตชีวา เป็นตัวแทน ธาตุลม อยู่ในเหรียญกลมไม่มีหยักเหลี่ยมหรือลายเหลี่ยม
จะช่วยส่งเสริมธาตุลมให้มีฤทธิ์ ความเป็นโลหะนิกเกิลก็จะมีความเป็นธาตุน้ำ (โลหะหลอมเหลว) เลขปีสร้าง ๒+๕ เป็นคู่ธาตุดิน ส่วนเลขท้าย ๑+๗ เป็นคู่ธาตุไฟ ครบธาตุทั้งสี่
ทางด้านหน้าของเหรียญนั้นเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อ่านได้บริเวณของขอบเหรียญนั้นด้านฝั่งบนซ้ายมีพระปรมาภิไธย ‘ภูมิพลอดุลยเดช’ เส้นทางด้านขวานั้นมีข้อความว่ารัชกาลที่ 9 ทางด้านล่างของเหรียญมีข้อความบ่งบอกถึงมูลค่าเหรียญนั่นก็คือ 1 บาท ทางด้านหลังเป็นตราพญาครุฑ เหรียญรุ่นนี้ผลิตมากถึง 200,000 ล้านเหรียญ
ปี 2517 เป็นปีที่ดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าสู่เรือนพระราหู นั่นคือ แสงธรรมส่องสว่างในแดนมาร สามารถสยบสิ่งอัปมงคลทั้งหลายได้ ที่สำคัญที่สุดคือ อีกด้านของเหรียญบาทมีพระรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ มหาราชผู้ประดุจดังพระโพธิสัตว์แห่งมหาชนชาวสยาม ประทับเป็นมงคลสูงสุดด้วย จึงยิ่งช่วยส่งเสริมมงคลได้อย่างเพิ่มพูน
ทางด้านหน้าของเหรียญนั้นเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อ่านได้บริเวณของขอบเหรียญนั้นด้านฝั่งบนซ้ายมีพระปรมาภิไธย ‘ภูมิพลอดุลยเดช’ เส้นทางด้านขวานั้นมีข้อความว่ารัชกาลที่ 9 ทางด้านล่างของเหรียญมีข้อความบ่งบอกถึงมูลค่าเหรียญนั่นก็คือ 1 บาท ทางด้านหลังเป็นตราพญาครุฑ เหรียญรุ่นนี้ผลิตมากถึง 200,000 ล้านเหรียญ
ปี 2517 เป็นปีที่ดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าสู่เรือนพระราหู นั่นคือ แสงธรรมส่องสว่างในแดนมาร สามารถสยบสิ่งอัปมงคลทั้งหลายได้ ที่สำคัญที่สุดคือ อีกด้านของเหรียญบาทมีพระรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ มหาราชผู้ประดุจดังพระโพธิสัตว์แห่งมหาชนชาวสยาม ประทับเป็นมงคลสูงสุดด้วย จึงยิ่งช่วยส่งเสริมมงคลได้อย่างเพิ่มพูน
โดยอาศัยรูปลักษณ์ เลขศาสตร์จากดวงดาวและโหราศาสตร์ ถูกต้องตามหลักการทุกประการ เป็นเหรียญที่มีความศักดิ์สิทธิ์แก้อาถรรพ์ ขับไล่ภูตผีปีศาจ จึงนิยมพกติดตัวกันเป็นประจำ เหรียญ 1 บาทตราพญาครุฑ ปี 2517 เรียกได้ว่าเป็นวัสดุเหรียญศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบไปด้วยทองแดงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลอยู่ 25% มีน้ำหนักที่ 7 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร
วันที่ประกาศใช้เป็นวันที่ 25 เมษายนปี 2517 ต่อมารัฐบาลได้เลิกใช้เหรียญ 1 บาท ซึ่งเป็นเหรียญใหญ่ มีต้นทุนในการผลิตสูง และในปัจจุบันได้ผลิตเป็นเหรียญเล็กขึ้นมาแทน ซึ่งเหรียญ 1 บาทรุ่นเก่านั้นมีหลายรุ่น
วันที่ประกาศใช้เป็นวันที่ 25 เมษายนปี 2517 ต่อมารัฐบาลได้เลิกใช้เหรียญ 1 บาท ซึ่งเป็นเหรียญใหญ่ มีต้นทุนในการผลิตสูง และในปัจจุบันได้ผลิตเป็นเหรียญเล็กขึ้นมาแทน ซึ่งเหรียญ 1 บาทรุ่นเก่านั้นมีหลายรุ่น
เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกใช้ไปแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ใครมีเก็บสะสมไว้ ถือว่าเป็นบุคคลที่โชคดี ทำให้คนรุ่นหลังแทบไม่ทราบเลยว่าในอดีตนั้นมีธนบัตรหรือเหรียญชนิดต่างๆนั้นมีอะไรบ้าง พอเวลาล่วงเลยผ่านมาเป็นเวลานับสิบๆปีหรือเป็นร้อยปี ธนบัตรหรือเหรียญบางรุ่นบางชนิดที่หายากมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วน “เหรียญ 1 บาท พญาครุฑ ปี2517” ด้วยความเชื่อของอำนาจและอิทธิฤทธิ์ของพญาครุฑ มีความขลังแม้ว่าไม่ได้ผ่านการปลุกเสกแต่อย่างใด
อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีในทางคงกระพันชาตรี มีนะพญาครุฑใช้ลงตบเข้าหน้าผากเป็นคงกระพันชาตรีกันเขี้ยวได้ ทั้งพญาครุฑนี้เมื่อประสิทธิ์ลงไปยังตัวคนผู้ใดแล้วยังสามารถทรหดอดทน เดินไกลไม่เหนื่อย เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด และเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูงอีกด้วย ยังมีคาถาพญาครุฑซึ่งเมื่อกล่าวพระคาถานี้งูรวมไปจนถึงตะขาบแมงป่องและสัตว์ต่าง ๆ ทั้งหลายจะหลบหนีไปสิ้นโดยพระคาถาพญาครุฑท่านว่าดังนี้
ตามความเชื่อพญาครุฑ เป็นสัตว์กายสิทธิ์ ไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือฆ่าได้ เสมือนเป็นอมตะ จึงได้ถูกนำมาเป็นเครื่องรางมากมาย ซึ่งมีพลังอำนาจ ดังนี้
1.) เป็นมหาอำนาจ หรือจะช่วยให้ผู้ที่ครอบครองมีอำนาจ ออกคำสั่งได้
2.) เป็นเมตตามหานิยม
3.) ร่มเย็นเป็นสุข
4.) ค้าขายดี มี โ ช ค ลา ภ
5.) ลบล้างอาถ ร ร พ์และคุณไ ส ย์ทั้งปวง ป้องกันภู ติ ผี ปี ศ า จ
6.) มีความเจริญรุ่งเรือง มียศถาบรรดาศักดิ์ ในหน้าที่การงาน
7.) ปกป้อง คุ้มครองภัย
8.) ป้องกันสัตว์ร้าย โดยเฉพาะงู
บารมี “องค์พญาครุฑ” สู่ความเจริญรุ่งเรืองแห่งชีวิตตำนานพญาครุฑ ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์นั้นมีเรื่องราวของสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมายหลายชนิด เช่น ราชสีห์ คชสีห์ อันมีลำตัวเป็น สิงห์แต่มีศีรษะเป็นช้าง กินรี กินนร และสัตว์แปลก ๆ อีกมากมาย ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้นมีสองอย่างที่นับว่าเป็นเทพเดรัจฉานมีฤทธิ์มากคือ หนึ่งเป็นพญานาคราชจ้าวแห่งบาดาล และอีกหนึ่งคือพญาครุฑจ้าวแห่งเวหา
อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีในทางคงกระพันชาตรี มีนะพญาครุฑใช้ลงตบเข้าหน้าผากเป็นคงกระพันชาตรีกันเขี้ยวได้ ทั้งพญาครุฑนี้เมื่อประสิทธิ์ลงไปยังตัวคนผู้ใดแล้วยังสามารถทรหดอดทน เดินไกลไม่เหนื่อย เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด และเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูงอีกด้วย ยังมีคาถาพญาครุฑซึ่งเมื่อกล่าวพระคาถานี้งูรวมไปจนถึงตะขาบแมงป่องและสัตว์ต่าง ๆ ทั้งหลายจะหลบหนีไปสิ้นโดยพระคาถาพญาครุฑท่านว่าดังนี้
1.) เป็นมหาอำนาจ หรือจะช่วยให้ผู้ที่ครอบครองมีอำนาจ ออกคำสั่งได้
2.) เป็นเมตตามหานิยม
3.) ร่มเย็นเป็นสุข
4.) ค้าขายดี มี โ ช ค ลา ภ
5.) ลบล้างอาถ ร ร พ์และคุณไ ส ย์ทั้งปวง ป้องกันภู ติ ผี ปี ศ า จ
6.) มีความเจริญรุ่งเรือง มียศถาบรรดาศักดิ์ ในหน้าที่การงาน
7.) ปกป้อง คุ้มครองภัย
8.) ป้องกันสัตว์ร้าย โดยเฉพาะงู
บารมี “องค์พญาครุฑ” สู่ความเจริญรุ่งเรืองแห่งชีวิตตำนานพญาครุฑ ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์นั้นมีเรื่องราวของสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมายหลายชนิด เช่น ราชสีห์ คชสีห์ อันมีลำตัวเป็น สิงห์แต่มีศีรษะเป็นช้าง กินรี กินนร และสัตว์แปลก ๆ อีกมากมาย ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้นมีสองอย่างที่นับว่าเป็นเทพเดรัจฉานมีฤทธิ์มากคือ หนึ่งเป็นพญานาคราชจ้าวแห่งบาดาล และอีกหนึ่งคือพญาครุฑจ้าวแห่งเวหา
“เหรียญบาทพญาครุฑ” พกติดตัวไว้ เป็นเมตตามหานิยม
Reviewed by Dusita Srikhamwong
on
มีนาคม 13, 2564
Rating:

ไม่มีความคิดเห็น: