เหตุผลที่ว่า ทำไม โตแล้วบางครั้งการอยู่นิ่งๆย่อมดีกว่า




เหตุผลที่ว่า ทำไม โตแล้วบางครั้งการอยู่นิ่งๆย่อมดีกว่า

เมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกดีกับ การอยู่นิ่งๆ จะดีกว่า พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จะแย่ลงด้วยซ้ำในบางที และในบางเรื่อง ให้ทำเป็นนิ่งๆ เฉยๆ บ้าง อย่าโวยวาย แสดงความรู้สึก อะไรออกไปมากมาย เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง ดีใจก็ให้พอดี เสียใจก็ให้พอดี

โมโหให้น้อย มีความสุขให้มาก ยิ่งโตยิ่งต้องใช้สติมากขึ้น พิจารณาทุกเรื่องให้ดี ก่อนพูด ก่อนคิด ก่อนตัดสินใจอะไรลงไป เพราะไม่ใช่ทุกคนรักหรือชื่นชมในตัวเรา ถ้าเราเผลอทำตัวไม่ถูกไม่ควรไป คนรอเหยียบก็อาจจะเยอะกว่าที่คิดไว้ก็ได้

โลกไม่ได้ເลวร้ายหรอก แต่ก็ไม่สวยงามมากขนาดนั้น ทำตัวเองให้เหมือนอากาศ แม้ไม่มีใครพูดถึงแต่ทุกคนก็ใช้หายใจ อย่าทำตัวให้เหมือนพายุ แม้ทุกคนพูดถึงแต่ไม่มีใครอยากเจอ ทำให้ตัวเองมีค่าแบบอากาศ นิ่งเฉยสัมผัสไม่ได้ แต่.. ทุกคนขาดไม่ได้

การสร้างความดี สะสมบารมีนั้นจึงสำคัญ ทำเท่าที่มีโอกาศได้ทำ ความดี เมื่อทำแล้วต่อให้ไม่มีใครเห็น อย่างน้อยก็ตัวเราเองที่เห็น คนทำดี เดินไปไหน ไม่ต้องคอยมาระวังหลัง เพราะไม่มีศัตรูคู่แค้น ความดีที่เราทำนั้นก็เปรียบดังอากาศ อาจมองไม่เห็น แต่รู้สึกได้

พายุนั้นก็เปรียบดังความโกรธ ที่กระทบใจ ในวันที่เราโกรธนั้น ก็เหมือน เราเอาผ้าปิดตาแล้วทำตามอารมณ์ เราจะไม่เห็นเลยว่าเราทำ หรือพูดอะไรไปบ้าง แต่คนรอบข้างเรา เขาจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นความโกรธ จึงเป็นพิមต่อตัวผู้โกรธเอง อย่าได้เอาความโกรธเพียงชั่วคราว… ไปแลกเปลี่ยนกับความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้ เพราะ ต่อให้คนดีแค่ไหน เขาก็มีขีดจำกัด ของเขาเหมือนกัน ถ้าโกรธบ่อยจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ระวังจะเสียคนดีๆรอบตัวไปโดยไม่รู้ตัว..!!

ข้อดีของการเป็นคนนิ่งๆ ไม่โผงผาง

1 ชีวิตไม่ต้องเสี่ยงกับดราม่า

ลองสังเกตกันง่ายๆ เลย โดยเฉพาะสำหรับคนที่พูดมากเผยความในใจเยอะ คนอื่นก็จะรับรู้เรื่องของเขาเยอะไปด้วย เช่นเดียวกับคนที่มีอะไรก็ชอบโพสต์ลงในโลกโซเชียล โดยเฉพาะด้านแย่ๆ มันเหมือนได้เป็นการระบายอารมณ์ดีก็จริงนะ

แต่ว่ามันก็จะนำพาความรู้สึกที่ไม่ดีที่มีคนเข้ามาอ่านเจอด้วยเหมือนกัน แถมเสี่ยงต่อการที่จะมีเรื่องราว มีประเด็นที่อาจจะก่อให้เกิดข้อพิพาท ความเข้าใจผิดต่างๆ นานากับคนอื่นอีก ดังนั้นแล้วการเป็นคนเรียบๆ ไม่แสดงออกอะไรมากก็จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะมีกับคนอื่นๆ

ไปได้ด้วยเช่นเดียวกัน นับว่าเป็นข้อดีที่สำคัญมากอีกข้อหนึ่งเลยนะเนี่ย ก็เห็นประโยชน์ของการเป็นคนนิ่งๆ แล้วใช่ไหมล่ะคะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ເลวร้ายการนิ่งไว้ก่อนไม่ชิงโวยวาย อาละวาด มาดดูเป็นผู้ดีและพร้อมรับกับสถานการณ์ได้เหมาะสมกว่ากันเยอะ ลองไปปรับใช้กันดูได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องนิ่งตลอดเวลา แต่นิ่งให้เป็นบ้างในสถานการณ์สำคัญๆ ก็เพียงพอแล้วจ้า

2 ครองสติได้ดี

เวลามีเหตุการณ์ขึ้นมาที่ทำให้รู้สึกแย่รู้สึกไม่พอใจ ก็จะไม่รีบร้อนแสดงออกไปทันทีเหมือนกับคนที่ใจร้อน ขาดสติ พร้อมจะวีนและโวยวายได้ทุกเมื่อ แต่สำหรับคนที่นิ่งๆ แล้วเขาจะหยุดคิดอย่างรอบคอบในทุกสิ่งก่อนที่จะทำอะไรไปเสมอ

การควบคุมตัวเองได้แม้ในยามโกรธเนี่ยถือว่าเป็นข้อดีมากๆ เลยทีเดียว เพราะการที่ควบคุมตัวเองตอนโกรธไม่ได้เนี่ยโอกาสที่จะเกิดเรื่องแย่ๆ หากใจร้อนขาดสติอาจจะมีการใช้คำรุนแรงคำหยาบคาย หรือว่ามีการใช้กำลังกับคู่กรณี ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และความรู้สึกตามมานั้นมีอยู่มากเลยทีเดียว อาจทำสิ่งต่างๆ ไปด้วยความวู่วาม ซึ่งอาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ การจะมาแก้ไขทีหลังก็กลายเรื่องที่ยุ่งยากลำบากไปแล้วด้วยอีก

2 เก็บงำความรู้สึกเก่ง

คนนิ่งๆ ก็เป็นคนนี่ล่ะค่ะ มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง ไม่ได้ต่างจากคนอื่นๆ เลย เพียงแต่ไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ เพราะว่ามัวแต่คิดก่อนเสียมากกว่า ตอนโกรธ ตอนโมโหก็มีนะ ภายนอกอาจจะดูนิ่งๆเหมือนใจเย็น แต่จริงๆ ในใจอาจจะระເบิดเหมือนภูเขาไฟด่ารัวๆ ไปแล้วหลายร้อยล้านคำก็ได้

ถือว่าจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี และเพราะอาจจะมีหนทางดีๆ เตรียมไว้เอาคืนที่ดีกว่าการด่าหรือการใช้ความรุนแรงด้วยก็ได้ ใครเป็นศัตรูก็รับมือได้ด้วยลำบากแน่นอน เพราะคนนิ่งๆ นี่อ่านความรู้สึกยากจริงๆ ยกเว้นจะมีพลังจิตอ่านใจได้นั่นแหละจ้า

3 คนอื่นคาดเดาได้ยาก

เพราะมีอะไรก็เก็บก็คีพอยู่ในใจ โดยเฉพาะเรื่องด้านลบด้านไม่ดี เราจะคิดอะไรแย่ๆ ด่าใครเสียงดัง หยาบคายเพียงแค่ในใจแค่ไหนก็ไม่ผิด มีใครรู้ภายใต้ความนิ่งๆ และเรียบเฉย ทำให้ลุคของเราดูคูลเสมอไม่ว่าจะเจอ

ความເลวร้ายในวันนั้นมาแค่ไหนก็ตาม ทั้งๆ ที่ในใจนี่ครวญครางกรี้ดแตก และ สบถเป็นล้านๆ ครั้งได้แล้ว เพราะงั้นนิ่งๆ ไว้ก่อน ดีกว่าแสดงออกให้ทุกคนรับรู้ว่าในใจจริงๆ คุณคิดอะไรอยู่ใช่ไหมล่ะ?

4 มีแต่คนเกรงใจไม่กล้ายุ่งด้วย

เนื่องด้วยจากเป็นคนนิ่งๆ จึงยากจะคาดเดาว่า เธอจะมาไม้ไหนจะอารมณ์ดีหรือจะอารมณ์เสียกันแน่นะ? แต่คนส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับคนที่มีมาดนิ่งๆ เพราะมักจะคิดว่าเป็นคนดุหรือว่าไม่ชอบเข้าสังคม

เลยขอไม่ยุ่งให้เกิดปัญหาจะดีกว่า แต่จะบอกให้รู้ไว้อย่างนะ คนนิ่งๆ น่ะ ที่จริงแล้วรับรู้เรื่อง gossip ซุบซิบได้ดีสุดๆ เลยล่ะ แกล้งทำไม่รู้ไม่ได้ยินว่าใครพูดว่าอะไร แต่จริงๆ พวกนางหูไวมาก อะไรที่ทุกคนคุยกันก็รู้หมดนะเอ้อ ไม่เชื่อลองไปกระซิบถามดูได้

บางทีนางนี่แหละ ข่าวกรองแห่งชาติประจำออฟฟิศเชียวล่ะ ไม่ชอบยุ่งกับใคร แต่จะเผือกและแอบใส่ใจทุกคนอย่างเงียบๆ แบบนี้แหละ

5 ไม่ต้องวุ่นวายกับใครให้เหนื่อย

คนอื่นเห็นก็รู้สึกว่าเป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ ไม่น่าสนใจ แลดูน่าเบื่อไปด้วยซ้ำ จึงไม่ค่อยตกเป็นเป้าสำหรับการนินทา หรือว่าหาเรื่องโดนกลั่นแกล้งสักเท่าไหร่นัก เพราะดูเป็นคนนิ่งๆ ดูไม่สู้คนเลยแกล้งไม่สนุกนี่แหละ นางจะใส่ใจและเผือกเรื่องราวของคนอื่นๆอยู่เงียบๆ ตามสไตล์มากกว่า

เพราะการได้เฝ้ามองดราม่าของคนอื่นจากมุมเงียบๆ มันสนุกกว่าไปร่วมสงครามเองกว่าเยอะอ่ะ (เค้าเรียกว่าอยู่เป็นของจริงเลยล่ะ) แต่ก็ไม่ได้ไม่เข้าสังคมซะทีเดียวนะ เพราะถ้าอยู่กับเพื่อนสนิท คนถูกคอกันก็เม้าท์แตกจ้อไม่หยุดเลยล่ะ อัดอั้นมานานก็เป็นซะแบบนี้


เรียบเรียงโดย : herbtrick.com


เหตุผลที่ว่า ทำไม โตแล้วบางครั้งการอยู่นิ่งๆย่อมดีกว่า เหตุผลที่ว่า ทำไม โตแล้วบางครั้งการอยู่นิ่งๆย่อมดีกว่า Reviewed by Dusita Srikhamwong on เมษายน 27, 2564 Rating: 5

Post Comments

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.